ห้องอาหารยามาซาโตะได้รับ “มิชลิน เพลท” จากคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ ติดต่อกันเป็นปีที่ 2
food พฤศจิกายน 20, 2561
ห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรม ดิ โอกุระ
เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก
‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ประจำปี 2019 ฉบับ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และพังงา หรือ MICHELIN Guide Thailand, Michelin Guide
2019 Bangkok Phuket and Phang-Nga ติดต่อกันเป็นปีที่ 2
เช้าวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 มิชลิน และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เผยผลการคัดเลือกและจัดอันดับโรงแรม
และ ร้านอาหารใน กรุงเทพฯ ของคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ประจำปี 2019 ฉบับ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และพังงา โดยห้องอาหารยามาซาโตะ โรงแรม ดิ โอกุระ
เพรสทีจ กรุงเทพฯ ได้รับ ‘มิชลิน เพลท’ (Michelin Plates) อีกครั้งหนึ่ง ซึง “มิชลิน เพลท” หมายถึงร้านอาหารคุณภาพดีที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ปรุงอย่างพิถีพิถัน
โดยในปีนี้มีร้านอาหารญี่ปุ่นที่ให้บริการอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมและได้รับ “มิชลิน
เพลท” เพียง 5
ร้านในกรุงเทพฯ นอกจากนั้นห้องอาหารยามาซาโตะยังเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นในโรงแรมเพียงแห่งเดียวที่ได้รับ
“มิชลิน เพลท” จาก ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย
ประจำปี 2019 ฉบับ กรุงเทพมหานคร
ภูเก็ต และพังงา
มร. เอ็ดเวิร์ด อี สนุ๊ก (Edward E. Snoeks) ผู้จัดการทั่วไปส่วนภูมิภาคประจำประเทศไทย
และผู้จัดการทั่วไป (General Manager) โรงแรม ดิ โอกุระ
เพรสทีจ กรุงเทพฯ กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ห้องอาหารยามาซาโตะ
ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน
ไกด์’ ประเทศไทย ประจำปี 2019 ฉบับ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และพังงา และได้รับ ‘มิชลิน เพลท’ อีกครั้งหนึ่งในปีนี้
ห้องอาหารยามาซาโตะถือเป็นห้องอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ
กรุงเทพฯ และเป็นห้องอาหารญี่ปุ่นที่มีสาขาอยู่ที่โรงแรมในเครือโอกุระ โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ (Okura Hotels & Resorts) เกือบทุกแห่ง อีกทั้งห้องอาหารยามาซาโตะ
ยังมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพและรสชาติอาหาร
การได้รับ ‘มิชลิน เพลท’ ก็เป็นอีกสิ่งที่ยืนยันได้ถึงความพิถีพิถันของเชฟชิเงรุ ฮางิวาระ (Shigeru Hagiwara) หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหาร
ยามาซาโตะ (Master
Chef) และทีมงานของเขา
ในการรังสรรค์เมนูที่ไม่เพียงแต่มีรสชาติยอดเยี่ยมแล้ว แต่ยังคำนึงองค์ประกอบอื่น
ๆ อาทิ สีสัน การจัดวาง และความสวยงาม รวมไปจนถึงคุณค่าทางโภชนาการ”
ห้องอาหารญี่ปุ่นยามาซาโตะ
ตั้งอยู่บนชั้นที่ 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ให้บริการอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกด้วยคุณภาพที่สม่ำเสมอ ทั้งในเรื่องของวัตถุดิบ รสชาติ
และการตระเตรียมอาหารอย่างพิถีพิถันโดยหัวหน้าพ่อครัวชาวญี่ปุ่น เชฟ ชิเงรุ
ฮางิวาระ ให้บริการอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับหลากหลายรายการ
รวมไปถึงอาหารชุดพิเศษสำหรับมื้อค่ำ “ไคเซกิ เรียวริ” (Kaiseki RyÕri)
ซึ่งเป็นการบริการอาหารญี่ปุ่นในพระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace) ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9
และต่อมาได้พัฒนาจนเป็นหนึ่งในรูปแบบการรับประทานอาหารที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก
ไคเซกิ เรียวริ ถือเป็นตำนานอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงอายุเก่าแก่หลายศตวรรษที่แต่เดิมจะจัดให้มีขึ้นตามงานเลี้ยงสำคัญ
ๆ เท่านั้น ไคเซกิประกอบด้วยอาหารที่เสิร์ฟต่อเนื่องกันหลายรายการ โดยทุก ๆ จานได้รับการปรุงและจัดวางด้วยความบรรจง
และคำนึงถึงทุกสีสันและรสสัมผัส นอกจากนั้นยังมีการบริการอาหารญี่ปุ่นแบบเทปันยากิ
(Teppanyaki) ซูชิ (Sushi) ซาชิมิ (Sashimi)
และอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบตามฤดูกาลในประเทศญี่ปุ่น
โดยเฉพาะอาหารทะเล อีกทั้งยังมีเมนูพิเศษประจำ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโต๊ะกรุณาติดต่อ
02 687 9000 อีเมล์ yamazato@okurabangkok.com หรือที่เว็บไซต์ www.okurabangkok.com
Perse จัดแคมเปญ “รีวิวคุ้มค่าX2” มอบสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าผ่านกิจกรรมรีวิว
newsupdate พฤศจิกายน 14, 2561
Perse ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ Perse จัดแคมเปญสุดพิเศษมอบสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้า
ร่วมสนุกผ่านกิจกรรม “รีวิวคุ้มค่าX2” คุ้มค่าชั้นที่
1 แจกผลิตภัณฑ์ GEMME’SERUM
ให้กลุ่มลูกค้าทดลองใช้ฟรี จำนวน 5 รางวัล
โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก คุ้มค่าชั้นที่ 2 ผู้โชคดีต้องส่งรูปภาพใบหน้าสด
ไร้เมคอัพ ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์
และจัดทำรีวิวภายหลังใช้ GEMME’SERUM ส่งเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อลุ้นรับรางวัลเงินสดมูลค่า 3,000 บาท โดยมีระยะเวลาร่วมสนุกตั้งแต่วันที่
15-30 พฤศจิกายน 2561 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
PERSE Thailand หรือ โทร. 092
698 2663
“นาโนนีเซีย” เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Me Vio (มี ไวโอ) สุดยิ่งใหญ่ พร้อมพรีเซ็นเตอร์นางเอกว่าที่เจ้าสาว “จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา”
lifestlye พฤศจิกายน 07, 2561
บริษัท
นาโนนีเซีย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านความงามแบบครบวงจร โดย
นายธนศักดิ์ หุ่นอารักษ์ กรรมการ บริษัท นาโนนีเซีย จำกัด พร้อมด้วย นางวิชนี ศรีสวัสดิ์ กรรมการ
บริษัท นาโนนีเซีย จำกัด จัดงาน เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “Me Vio” (มี ไวโอ) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รวมสารต้านอนุมูลอิสระ
สกัดเข้มข้นจากผลไม้สีม่วงที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 7 ชนิด และเพื่อตอบโจทย์ปัญหาด้านการดูแลรูปร่างและผิวพรรณจากภายในสู่ภายนอก
การันตีคุณภาพด้วยนวัตกรรมสุดล้ำ ANTOC (Anti-Oxidant+Detox) เอกสิทธิ์เฉพาะของ Me Vio ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากสถาบัน INTARG
จากประเทศโปแลนด์ ในปี 2018 พร้อมเซอร์ไพรส์เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์สาวสวย
จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา นางเอกมากความสามารถ และว่าที่เจ้าสาว ที่เป็นไอดอลสวย
สุขภาพดี และ หุ่นดี เป็นตัวอย่างที่ดี ของสาวๆ ที่อยากมีหุ่นสวย ผิวกระจ่างใสแลดูสุขภาพดี
ที่มาพร้อมกับโชว์เพลงพิเศษ “Me Vio YOUNG” เรียกเสียงปรบมือดังสนั่นจากบรรดาแฟนๆที่มาร่วมงาน
และ มาให้กำลังใจ นอกจากนี้ยังมีเหล่าศิลปินดารา
อาทิ ตุ๊กกี้ สุดารัตน์, ใบเฟิร์น สุทธิยา, นัท มาลิสา, อุล ภาคภูมิ, ฝน
นลินทิพย์ และ เจ็ม ชมพูนุช มาร่วมงาน
ณ ลานกิจกรรมเอเทรียม 3 เซ็นทรัลเวิลด์
นายธนศักดิ์ หุ่นอารักษ์ กรรมการ บริษัท
นาโนนีเซีย จำกัด เผยว่า “บริษัท นาโนนีเซีย เราเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านความงามแบบครบวงจร
ไม่ว่าจะเป็น ผิวพรรณ (Skin Care), ความงาม (Beauty
Product) และ สุขภาพกาย (Healthy Product) ที่มุ่งเน้นด้านคุณภาพ
ความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของเรา ผลิตภัณฑ์ทุกตัว เราคิดค้นจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมกับโรงงานผลิตที่มีมาตรฐานระดับสากล และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
“Me Vio” (มี ไวโอ) Detox Fiberry (ดีท็อค ไฟเบอร์รี่) ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นมา
ภายใต้แนวคิด “7 Violet”
หมายถึง 7 ราชินีผลไม้สีม่วงตระกูลเบอร์รี่ ที่นำเข้าจากต่างประเทศ
และเป็นผลไม้ที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูงสุด (Super Anti-Oxidant) โดยมี มากิเบอร์รี่ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดในโลก และ อาไซ (Acai), พรุน, เรดเกรพสกิน,แบลคเบอร์รี่, บิลเบอร์รี่, แมงโก้สทีน
และยังมีผลไม้สีแดง และผักสีเขียวอีกมากมาย มารวมประโยชน์เข้าด้วยกัน
ดื่มซองเดียวคุณจะได้รับคุณประโยชน์จากมากิเบอร์รี่ เท่ากับรับประทานผักผลไม้ถึง 3 กิโลกรัม และผลไม้อื่นๆ รวมเป็น 9 กิโลกรัม
และช่วยปรับสมดุล ฟื้นฟูจากภายในสู่ภายนอก ทั้งเรื่องระบบขับถ่าย โดยมี GOS
= Galacto-oligosaccharide จากประเทศเกาหลีใต้
ช่วยเสริมสร้างจุลินทรีย์เพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้การขับถ่ายดีขึ้น เป็นอีกตัวช่วยให้กับผู้บริโภคที่เป็นหนุ่มสาวยุคใหม่วัยทำงาน
ที่ต้องทำงานหนัก พักผ่อนน้อย จนทำให้ระบบการขับถ่ายเสียสมดุล
เกิดปัญหาเรื่องผิวพรรณหมองคล้ำเหี่ยวย่น และรูปร่างที่ไม่ได้สัดส่วน ซึ่งจุดเด่นของ
Me Vio คือ เป็นแหล่งรวมสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของโลกมารวมไว้ในซองเดียว
เพื่อช่วยปรับสมดุลระบบการทำงาน ระบบเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้รูปร่างของผู้บริโภคดูเพรียว
กระชับ และยังคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวพรรณแลดูกระจ่างใส อยากให้ผู้บริโภคมั่นใจครับ”
ด้าน จุ๋ย-วรัทยา
นิลคูหา พรีเซ็นเตอร์ เผยว่า “ดีใจมากค่ะ ที่ได้มาร่วมงานกับ บริษัท
นาโนนีเซีย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Me Vio จุ๋ยได้ทดลองดื่มด้วยตัวเอง ก่อนที่จะรับเป็นพรีเซ็นเตอร์ค่ะ
จุ๋ยรู้สึกว่าร่างกายของเราบางครั้ง ก็มีบ้างที่ดูแลไม่ทั่วถึง ทั้งทำงานหนัก
นอนน้อย ทานอาหารไม่ครบตามที่ร่างกายต้องการ หรือบางวันเผลอๆ
ทานเยอะกว่าที่ร่างกายต้องการก็มี ซึ่งทำให้เกิดปัญหาของระบบการทำงานในร่างกาย
ระบบขับถ่ายเราจะเริ่มรวน ไม่ปกติ ทำให้เราอึดอัด รูปร่างเราก็จะดูอวบอ้วนไปด้วย
ผลที่ตามมาอีกคือ ผิวของเราจะดูหมองคล้ำ ไม่สดใส ไม่มั่นใจ จุ๋ยก็ทั้งออกกำลังกาย
หาวิธีมาหลายรูปแบบ จนได้มาลอง มี ไวโอ และ ลองดื่มมาต่อเนื่อง
รู้สึกได้เลยว่าชีวิตเริ่มง่ายขึ้นค่ะ ปัญหาต่างๆ ที่เคยเจอ ไม่ว่าจะเป็น ท้องผูก
พุงยื่น หายไป และยังรู้สึกว่าผิวเราดีขึ้น กระจ่างใสขึ้น ระบบสายตาเราก็รู้สึกดีขึ้นด้วยค่ะ
จุ๋ยมั่นใจว่า Me Vio จะตอบโจทย์ ของทุกๆ คนที่เจอปัญหาแบบจุ๋ยค่ะ”
โดยภายในงาน
นอกจากจะได้ฟังเคล็ดลับความฟิต แอนด์ เฟิร์ม ผิวกระจ่างใส
สไตล์ว่าที่เจ้าสาวกันแล้ว ยังมี ผู้บริหารจากโรงงานผู้ผลิต คุณนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โควิก
เคทท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด
โรงงานผู้ผลิตสินค้ามาตรฐานระดับสากล, เอก-โสภณ
ถนอมอนันตกุล เลทมีอิน ไทยแลนด์ ซีซั่น 4 และ ตุ๊กตา-พรพนา นิ่มใหม่ เลทมีอิน ไทยแลนด์ ซีซั่น 3
มาร่วมแชร์ประสบการณ์ การันตีคุณภาพผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Me Vio พร้อมด้วยศิลปินดารา ตุ๊กกี้-สุดารัตน์, ใบเฟิร์น-สุทธิยา,
นัท-มาลิสา, อุล-ภาคภูมิ, ฝน-นลินทิพย์ และ เจ็ม-ชมพูนุช และปิดท้ายงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่แกะกล่อง
ด้วยความสนุกของมินิคอนเสิร์ต จากนักร้องดัง ทอม ROOM39 งานนี้ เรียกได้ว่าทั้งหุ่นดี สวย ใส และ อิ่มใจ กันเลยทีเดียว
รายงานการสำรวจวิจัยผู้ใช้บริการเรียกรถออนไลน์ในปี 2018 ได้ให้คำแนะนำอะไรแก่เราบ้าง?
newsupdate พฤศจิกายน 07, 2561
ตามตัวเลขของ CNNIC ที่สิ้นสุดเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2017
ผู้ใช้บริการเรียกรถออนไลน์และรถด่วนในประเทศจีนมีปริมาณเกิน
200 ล้านคนแล้ว ซึ่งปริมาณผู้ใช้บริการเรียกรถออนไลน์(ไม่รวมแท็กซี่ออนไลน์)
เพิ่มขึ้นเป็น 40.6% แสดงให้เห็นว่าบริการเรียกรถออนไลน์กลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทางในชีวิตประจำวันของหลายๆคนไปแล้ว
สำหรับเรื่องนี้ เพื่อจะวิจัยเชิงลึกมากขึ้นเกี่ยวกับพฤติกรรมการเดินทางและความพึงพอใจ สถาบันวิจัย 36 จึงได้ทำการสำรวจวิจัยเกี่ยวกับผู้ใช้บริการเรียกรถออนไลน์ และรายงานผลการวิจัยเชิงสำรวจฉบับนี้ ได้ให้คำแนะนำอะไรแก่เราบ้าง?
80% เคยใช้บริการบริการเรียกรถออนไลน์ในการเดินทาง
ผลการวิจัยพบว่า 81% ของผู้ตอบแบบสอบถามเดินทางโดยการใช้บริการเรียกรถออนไลน์เป็นประจำ และมีเพียง 15% เท่านั้นที่ใช้การเรียกรถแบบออฟไลน์ โดย 34% ของผู้โดยสารใช้เรียกแท็กซี่ออนไลน์ ซึ่งคิดเป็น 2.3 เท่าของจำนวนคนเรียกรถออฟไลน์ แสดงให้เห็นว่าการใช้บริการเรียกรถบนอินเตอร์เน็ต กลายเป็นพอร์ทัลการเข้าชมหลัก
พนักงานออฟฟิศหนุ่มสาวเป็นผู้ใช้หลัก
ภาพผู้ใช้หลักในการใช้บริการเรียกรถออนไลน์ จากสถิติผลการวิจัยพบว่า กำลังหลักของผู้ใช้บริการเรียกรถออนไลน์ อยู่ที่ช่วงอายุ
16-44 ปี โดยส่วนใหญ่คนในช่วงอายุ
25-34 ปี เป็นผู้ที่ใช้บริการเรียกรถออนไลน์บ่อยที่สุด ความถี่ที่พวกเขาใช้บริการเรียกรถออนไลน์สูงนำหน้าคนช่วงอายุอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริการเรียกรถออนไลน์ที่มีความสะดวก ฉับไวเป็นพิเศษ ทำให้คนจำนวนมากเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีตัวเลือกอื่นในการเดินทางหรือเมื่อไม่มีเวลา
จึงมีแนวโน้มที่จะเลือกดินทางโดยการเรียกรถออนไลน์
ผู้ใช้ดูที่ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการเดินทางมากที่สุด
ผลการวิจัย 63%ของผู้ใช้ที่กำลังเลือกแพลตฟอร์มบริการเรียกรถออนไลน์ ให้ความสำคัญกับความเร็วในการส่งข้อมูลและความรวดเร็วในการรับออเดอร์ของคนขับมากที่สุด รองลงมามี 59% ของผู้ใช้ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า และ 58% ของผู้ใช้ให้ความสำคัญกับเวลาในการรอคนขับมารับหลังจากการรับออเดอร์แล้ว
ผู้ใช้พึงพอใจกับกิริยาท่าทางของผู้ขับมากที่สุด และไม่พอใจกับความเร็วในการจัดการบริการลูกค้ามากที่สุด
ในส่วนของด้านการบริการ ผู้ใช้บริการเรียกรถออนไลน์จำนวนมากพอใจมากที่สุดกับคนขับที่มีประสบการณ์ โดยแบ่งความพึงพอใจเป็น 2 รายการคือ ผู้ใช้ 86% และ 81% พอใจกับกิริยาท่าทางของคนขับรถในการบริการเรียกรถออนไลน์ และความคุ้นเคยเส้นทางในการขับขี่ของคนขับ ในทางตรงกันข้ามระดับความพึงพอใจของผู้ใช้ ต่อระยะเวลาในการรอการกดรับ และระยะห่างของคนขับที่รับออเดอร์ แสดงออกมาว่ายังไม่ดีพอ และการบริกาที่ไม่น่าพอใจที่สุดก็คือ ความรวดเร็วในการจัดการปัญหาของโอเปอเรเตอร์ เพราะฉะนั้นแพลตฟอร์มการบริการเรียกรถออนไลน์สามารถจัดการปัญหาร้องเรียนของลูกค้าได้หรือไม่ เป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการนำมาซึ่งการได้รับการเป็นที่นิยมของตลาด
จากผลการวิจัยอื่นๆรวม ผู้ใช้จำนวนมากให้ผลตอบรับดีกับการบริการเรียกรถออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบที่มีการรีวิวจากผู้โดยสารแบบเปิดกว้างและโปร่งใส, ความสะอาดภายในรถดีกว่าแท็กซี่แบบทั่วไป, สะดวกรวดเร็ว และมีผลประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจ , เปลี่ยนแปลงทรัพยากรการว่างงานในสังคม ปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เลือกใช้บริการเรียกรถออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้หลังจากที่แพลตฟอร์ม Tian
Tian Go ได้ออนไลน์อย่างเป็นทางการในประเทศจีนแล้ว จึงได้โฟกัสปัจจัยข้างต้นในการพัฒนาการบริการอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าจะนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาพลิกรูปแบบใหม่ของระบบเศรษฐกิจแบ่งปัน
ปัจจุบัน โปรแกรมเรียกรถ Tian
Tian Go ของบริษัท Tian
Tian Ventures หลังจากที่ออกตลาดที่อเมริกาแล้ว ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในประเทศจีน ในวันที่ 31 สิงหาคม และเป้าหมายขั้นต่อไปคือประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้วางเครือข่ายการตลาดข้ามไปหลายประเทศหลายทวีป เนื่องจากตามผลการรายงานการสำรวจผู้ใช้บริการเรียกรถออนไลน์ในปี 2018
Tian Tian Go จึงใช้ข้อได้เปรียบทางเทคโนโลยีบล็อกเชน สร้างโมเดลที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้ง 5 ฝ่ายได้แก่ ผู้ขับ, ผู้โดยสาร, ผู้ถือหุ้น, ผู้มีส่วนร่วมและแพลตฟอร์ม
ซึ่งก็คือผ่านระบบรางวัลผู้ถือหุ้นเทียนเทียนเชน มุ่งหน้าสู่การสร้างสรรค์รูปแบบการพิสูจน์สิทธิประโยชน์(Proof
of Stake) ผู้ถือหุ้น
50,000 เทียนเทียนเชนจะกลายเป็นโฮสโหนด จะได้รับเทียนเทียนเชนที่ผลิตจากบล็อกเชนทุกๆ 300 วินาที อีกทั้งผู้ขับและผู้โดยสารต่างสามารถกลายเป็นผู้ถือหุ้นได้ด้วย หรือพูดอีกอย่างคือ เพราะว่ามีแผนรางวัล Tian
Tian Go ไม่เพียงแต่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้บริการเรียกรถออนไลน์เท่านั้น ในขณะเดียวกันยังสามารถได้รับรางวัลพิเศษได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นรูปแบบนวัตกรรมการบริการที่ทำหนึ่งแต่ได้ประโยชน์หลายต่อเลยทีเดียว
“รักหมา” แค่ชื่อเพลงก็สะดุดหู
แต่ใครจะรู้ว่าที่มานั้นต้องแลกกับน้ำตาของใครบางคน คนที่กล้าหยิบเอา “อดีตรัก” ที่ยอมรับว่า(เคย)เลว!
มาเรียงร้อยเอาไว้ในเพลง
และใช้เวลาจมอยู่กับอดีตในเพลงนี้นานถึง 6 เดือนเต็ม จนถึงวันนี้ “มหาระรวย” วงร็อคน้องใหม่แต่ฝีมือเก๋า
ค่าย มายา เร็คคอร์ท พร้อมแล้วที่จะส่งเพลง รักหมา ออกมากระแทกขาร็อคเจ้าน้ำตา
ซึ่ง เก็กฮวย –ฐานัน ไพรอด นักร้องนำ และผู้แต่งเนื้อร้อง-ทำนองเพลงนี้
เผยว่า “เพลงรักหมาเป็นเพลงที่ผมเขียนเนื้อเอาไว้นานแล้ว
ตั้งใจให้เป็นเพลงเปิดตัวของวง มหาระรวย
ที่ผมกับเพื่อนๆสมาชิกในวงร่วมกันก่อตั้งมาร่วม 6 ปี
เนื้อหาของเพลงรักหมา ทั้งหมดมาจากชีวิตผมจริงๆครับ ผมใช้เวลากว่าครึ่งปีในการแต่งเพลงนี้
มันยากนะที่เราจะหยิบเอาความเลวร้ายของตัวเองที่เคยทำไว้กับคนรักขึ้นมาแต่งเป็นเพลง
และถึงแม้เราจะร้ายจะเลวขนาดไหน แต่เค้าก็ยังอดทนรับความเลวของผู้ชายคนนึงและอยู่เคียงข้างเขามาตลอด
จนสุดท้ายความดีของคนรักก็ทำให้ผู้ชายคนนึงกลับใจเป็นคนดี แม้จะไม่ 100% แต่ผมรู้ว่าผมเป็นยังไงก็พอ
อยากให้ทุกคนลองเปิดใจฟังเพลงนี้ดูนะครับ ซึ่งผมแต่งเพลงนี้เพื่อสะท้อนความรักในสังคมปัจจุบัน
ที่คนชอบมีกิ๊ก มีชู้ คบซ้อน จนเกิดปัญหามากมาย
ถ้าไม่อยากให้คนที่อยู่เคียงข้างคุณเสียใจก็เลิกทำซะ แต่ถ้าเลิกไม่ได้ ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมของคุณแล้วกัน”….
“มหาระรวย”
ประกอบด้วยสมาชิก 4 คน นำโดย เก็กฮวย-ฐานัน ไพรอด (ร้องนำ) , โอม-ภัสกร
สุวรรณรักษ์ (กีต้าร์) ,กริต-กฤษดา แก้วกาญน์ (กลอง) และ เป้-วริทธิ์
จารุสาร (เบส) ประเดิมปล่อยซิงเกิ้ล รักหมา พร้อมกันทั่วประเทศได้แล้ววันนี้ทาง
youtube ช่อง Mayarecord / Joox music :
http://www.joox.com
และห้ามพลาดติดตามชมมิวสิวิดีโอเพลงแรกของ
มหาระรวย ได้ที่ช่อง YOUTUBE : MAYA RECORE https://youtu.be/GjkYI5LVMDg หรือกดติดตามความเคลื่อนไหวของวงได้ทาง
facebook : มหาระรวย MHRR
คลาร่า โซซ่า “มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2018” เดินทางถึงประเทศไทย เผยสาเหตุนอนมง “ช็อคเป็นลมคาเวที” และชีวิตที่เปลี่ยนไป
ClaraSosa พฤศจิกายน 02, 2561
คลาร่า โซซ่า ( Clara Sosa) เชฟสาวสวยและพิธีกรชื่อดัง
วัย 24 ปี จากประเทศปารากวัย
ผู้ครอบครองมงกุฎ “มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล” คนที่ 6 ของโลก ที่เมืองย่างกุ้ง
ประเทศเมียนมาร์ ผู้สร้างปรากฏการณ์ #นอนมง
หลังเกิดอาการช็อคเป็นลมกลางเวที กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก!!
หลังปฏิบัติภารกิจที่ประเทศเมียนมาร์ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
วันนี้ (30 ตุลาคม 2561 เวลา 14.00 น.) คลาร่า โซซ่า
พร้อมด้วย ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานและผู้ก่อตั้ง มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล เดินทางมาถึงประเทศไทยโดย สายการบิน BANGKOK AIRWAYS เที่ยวบินที่ PG 702 จากเมืองย่างกุ้ง
เมียนมาร์ โดยมี มอส น้ำอ้อย
ชนะพาล มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2018 และเจ้าของรางวัล ชุดราตรียอดเยี่ยม
พร้อมด้วยแฟนคลับให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น บริเวณหน้าประตู 2 เทอร์มินอล 1 (ผู้โดยสารขาเข้า) สนามบินสุวรรณภูมิ
คลาร่า มาในชุดสีสันสดใส
ทักทายสื่อมวลชนที่มาร่วมทำข่าว ก่อนจะเปิดใจว่า รู้สึกดีใจที่ได้มาเมืองไทยและจะได้อยู่ปฏิบัติภารกิจแคมเปญ
ยุติสงครามและความรุนแรงทุกรูปแบบ (Stop the War and Violence) ร่วมกับองค์กรมิสแกรนด์ฯ
อันเป็นภารกิจหลักของ มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ตลอด 1 ปีนับจากนี้
ตอนนี้อยากลองทานอาหารไทยมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า
ชีวิตเปลี่ยนไปหรือไม่หลังได้รับตำแหน่ง คาร่า เผยว่า ชีวิตเปลี่ยนไปมาก
ทุกคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะกระแสในโชเชียลค่อนข้างเยอะ มีสื่อทั่วโลกมาสัมภาษณ์ และเมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่เป็นลมล้มพับวันประกาศผล
มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล นั้น คลาร่า เผยว่า “ตอนนั้นคือไม่รู้ตัวเลยว่าล้มลงไป
คือรู้สึกช็อคมาก เพราะคิดว่ามิสแกรนด์อินเดียจะได้ครองมงกุฎ แต่พอประกาศเป็นชื่อ
มิสแกรนด์ปารากวัย ตนก็วูบไปเลย จนได้รับการปฐมพยาบาลจนดีขึ้น
คิดได้ว่าชั้นต้องรับมงซิ จึงลุกขึ้นมา ได้ยินเสียงทุกคนถามว่าโอเคไม๊ ยินดีด้วยนะ
ตอนนั้นก็ยังงงๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าได้ตำแหน่ง มิสแกรนด์ อินเตอร์ชั่นแนล 2018 แต่มาถึงวันนี้แล้วก็ภูมิใจมากค่ะ”
โดย คลาร่า เข้าพักที่โรงแรมหรู เมอเวนพิค
เรสซิเดนซ์ เอกมัย กรุงเทพ เป็นเวลา 1 ปี
เพื่อร่วมงานการกุศลและงานบันเทิงในรูปแบบต่างๆ
รวมถึงเดินทางไปเยี่ยมเยียนผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามและความรุนแรง ร่วมรณรงค์แคมเปญ
ยุติสงครามและความรุนแรงทุกรูปแบบ (Stop the War and Violence)
อันเป็นภารกิจหลักของ มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ทุกคน ประมาณ 15 ประเทศทั่วโลก.
ประวัติ คลาร่า
โซซ่า
ชื่อ น.ส. คลาร่า โซซ่า ประเทศปารากวัย
อายุ 24 ปี ส่วนสูง 174
เซนติเมตร น้ำหนัก 55 กิโลกรัม สัดส่วน 35-24-36
การศึกษา เรียนจบด้านกฎหมาย
และ อาหารนานาชาติ
อาชีพ
แม้จะเรียนจบทางด้านกฎหมาย แต่คลาร่ากลับชื่นชอบการทำอาหารมากและเรียนเพิ่มเติมจากสถาบันดัง
(Profesional Chef in IGI (Institute Gastronomic
International) เป็นเวลา 3 ปี รวมถึงเธอยังเป็นพิธีกรช่วงอาหารของรายการดังอย่าง
TV Show: La Mañana de
Unicanal
Channel:
Canal 8 (SD) Timeline: Mon - Fri 7:30 to 10:15 am (Paraguay time)
งานอดิเรก
เธอชอบทำอาหาร และ อ่านหนังสือ
ความใฝ่ฝันในชีวิต
วันนี้เธอทำฝันให้กับตัวเองด้วยการได้รับตำแหน่ง มิสแกรนด์
อินเตอร์เนชั่นแนล 2018 ได้สำเร็จแล้ว
อีกสิ่งนึงที่เธอมุ่งมั่นและตั้งใจมาก คือการเปิดร้านอาหารที่เธอรัก
และอยากเป็นเชฟหญิงคนแรกของปารากวัยที่ได้รับรางวัล มิชลิน สตาร์ (michelin star)
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ทาง Facebook Live MissGrandinternational
หรือ missgrandinternational



































